หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature
Sun Smile Home Smile Package Smile Promotion Smile Story Smile Contact
หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature

Smile Story #001
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา
(ก.พ. 2547, เม.ย. 2549)
เปิ้ล, มล, อ้อ, ตง

 
การเดินทางของเรา เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ วาเลนไทน์ ปี 2547 เป็นปีก่อนที่จะเกิด Tsunamis ตอนนั้นพี่เปิ้ลมาชวนไปเที่ยวหมู่เกาะตะรุเตา พวกเราไม่รู้รายละเอียดอะไรมากมายนัก (แอบสารภาพหน่อยว่า ตอนนั้นไม่รู้จักเกาะหลีเป๊ะ ด้วยซ้ำไป) พี่เปิ้ลบอกว่า เราจะไปกับ "Sun Smile Nature" โดยมีไกด์ชื่อ "พี่หน่อย" รู้แค่นี้เอง (พี่เปิ้ล แอบบอกว่า ไป search ใน net มา เจอชื่อพี่หน่อยเยอะแยะมากมาย เลยเลือกอันนี้แหละ แล้วอีกวันนึง พี่เปิ้ลก็ส่ง mail มาให้ โดยมีไฟล์รายละเอียดของโปรแกรมแนบมาด้วย ซึ่งก็เป็นรูปแบบเดียวกันกับโปรแกรมที่อยู่ในหน้า smile program นั่นแหละค่ะ อ่านๆ ดูแล้ว น่าสนใจมากทีเดียว

พอถึงวันเดินทาง พวกเราเลิกงานแล้วไปรวมตัวกันที่ลานจอดรถ Lotus อ่อนนุช พอไปถึง ก็เจอพี่คนขับรถตู้รออยู่แล้ว ตรงเวลามากๆ แต่ตอนนั้นเรายังไม่เจอพี่หน่อยนะ ไปเจอพี่หน่อยอีกที ที่ปั๊มแถวๆ พระราม 2 โน่นแน่ะ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่า เจ๊คนนี้คือ พี่หน่อย แต่ยิ้มให้กันในห้องน้ำก่อนแล้ว พอกลับมาที่รถ ปรากฏว่า คนนี้แหละพี่หน่อย (ว่าแล้วเชียว ดูแอบ hyper เล็กๆ ยังไงไม่รู้ อิอิ) จากนั้น พวกเราก้อเมาท์แตกกันไปซักพัก แล้วก้อหลับกันหมด ถูกปลุกอีกทีที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า ลงไปกินข้าวต้มรอบดึก ง่วงก็ง่วง อยากกินก็อยากกิน ก็เลยลงไปกินกันซะหน่อย ให้ท้องมันร้อนๆ จะได้หลับสบาย พอขึ้นรถมาได้ ก้อหลับสบายจริงๆ ด้วย

ตื่นมาอีกที ก็เช้าแล้ว พี่หน่อยบอกว่า ถึง จ.ตรังแล้ว แล้วจะแวะให้พวกเรากินติ่มซำ แล้วก้อหมูย่างเมืองตรัง เราก็ลงไปกินกันใหญ่เลย ไม่ได้นึกถึงเรื่องราคาเล๊ย เพราะว่า พี่หน่อยบอกว่า กินได้เต็มที่ พวกเราแต่ละคน กินเก่งกันใช่ย่อย เหอๆ ใครใคร่กินก็กิน ใครใคร่ล้างหน้าแปรงฟัน ล้างหน้า ก้อตามแต่ กินเสร็จแล้ว ก็เดินทางต่อ ระหว่างทางจาก จ.ตรัง ไป ท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล เต็มไปด้วยขุนเขา แล้วก็สวนยาง ดูสดชื่นมากๆ ไม่นานเราก็มาถึงท่าเรือปากบารา

 
 
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 
รอขึ้นเรือที่ท่าเรือซักพัก พวกเราก้อถูกเกณฑ์ให้ขึ้นไปบนเรือ แล้วเรือก็ออกจากท่าเรือปากบารา ไปยังเกาะตะรุเตา โดยเรือใหญ่ ได้ลากเรือหางลำเล็กไปด้วย พวกเราสงสัยกันมากว่าจะลากไปทำไมเนี่ย แต่ก้อไม่ได้ถามใครว่า ลากมาเพื่ออะไร ระหว่างทาง พวกเราได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ทำให้ลืมกรุงเทพไปเลย ระหว่างทางนั้น ได้เจอปลาบินเต็มเลย น่ารักดี พอถึงตะรุเตา พี่หน่อย ก็ให้พวกเราลงไปที่ทำการอุทยานฯ ไปดูนิทรรศการ แล้วก็เดินดูรอบๆ บริเวณนั้น ไปดูน้ำทะเลสีเขียวใส ทรายขาวๆ และพี่หน่อยก็ชี้ให้ดูว่า เกาะตะรุเตานี้ มีรูปร่างเหมือน "จระเข้" มันเหมือนจระเข้จริงๆ ใครไม่เชื่อไปดูได้ เดินกันจนอิ่มแล้ว ก็กลับมาทานข้าวกลางวันบนเรือ ไม่อยากบอกเลยว่า พวกเรากินกันเยอะมาก เพราะว่า อาหารที่คนเรือทำน่ะ มันร๊อยจังฮู้ จริงๆ เลย ทั้งปู ทั้งปลา ทั้งหอย ทั้งปลาหมึก ตบท้ายด้วย สับปะรด กับแตงโมเย็นๆ แล้วเราก็เดินทางต่อ

 
 
เรือออกมาในทะเลได้อีกซักพัก ระหว่างนั้น พวกเราก็ได้ยินเสียงพี่หน่อยเมาท์ตลอดทาง แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และก้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในระหว่างการท่องเที่ยวของพวกเราทั้งนั้น ซักพัก พี่หน่อย ก็ชี้ให้พวกเราดูเกาะเล็กๆ เกาะนึง แล้วก็บอกว่า เกาะนั้นคือ เกาะไข่ เดี๋ยวเราจะได้แวะไปดูกัน แล้วพี่หน่อยก็บอกต่ออีกว่า ก่อนที่จะขึ้นเกาะ ให้ตัดเล็บก่อนนะคะ พวกเราก็งงดิ ตัดเล็บเกี่ยวไรกะขึ้นเกาะไข่เนี่ย สุดท้ายพี่หน่อยก็เฉลยว่า "ถ้าไม่ตัดเล็บก่อน ถ้าเกาะไข่ เดี๋ยวไข่ลายนะ" โหย อย่างฮา คิดได้ไงเนี่ย พอพูดจบก็ถึงเกาะพอดี พี่หน่อยปล่อยให้พวกเราขึ้นเกาะไข่ โดยถ่ายพวกเราลงเรือหางลำเล็ก ที่ลำใหญ่ลากมานั่นแหละ ถึงตรงนี้พวกเราก็ถึงบางอ้อว่าลากมาทำไม พี่หน่อยบอกว่า ริมหาด มีปะการังเยอะ ไม่สามารถนำเรือใหญ่เข้าไปได้ เลยต้องอาศัยเรือลำเล็ก จะได้ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม พวกเราก้อเลย อืม ดีจัง..

พอพวกเราลงไปถึงเกาะไข่ ก็ต้องร้อง โหย!! เกาะอะไรเนี่ย สวยเหลือเกิน ทั้งทราย ทั้งน้ำ ทั้งฟ้า สวยมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซุ้มประตูหินโค้งอันนั้น อันที่เราเคยเห็นในรูป ตอนนี้เรามาถึงที่นี่จริงๆ แล้วหรือเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย นึกว่าฝัน สวยสุดๆ ต่างคนก็ต่างถ่ายรูปกับซุ้มประตูหินกันใหญ่เลย พอถ่ายรูปกันจนอิ่มใจแล้ว พี่หน่อยก็เรียกพวกเรามานั่งกินเค้กตรัง ที่พี่หน่อยซื้อไว้ตั้งแต่เช้า เพื่อพักชมธรรมชาติ พอกินได้ซักพัก เราก็เดินทางกันต่อ เพื่อจะไปเกาะหลีเป๊ะ

รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 
ระหว่างทางไปเกาะหลีเป๊ะ เราก็ได้กินแตงโม กับ สับปะรดเย็นๆ ชื่นใจอีก จน 4-5 โมงเย็นนั่นแหละ พวกเราก้อได้ผ่านเกาะอาดัง แล้วก้ออ้อมไปหลังเกาะหลีเป๊ะ ที่หาดพัทยา พวกเราก็ตื่นเต้นกันใหญ่ พี่หน่อยแจกจ่ายเสื้อชูชีพ แล้วก้อ snorkle ให้พวกเราเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว แล้วให้พวกเราลงเรือเล็กอีกครั้งเพื่อไปที่ฝั่ง ไม่อยากบอกเลยว่า น้ำทะเลที่นี่ใสมากกกก มากซะจนเห็นหิน เห็นปะการัง เห็นปลาใต้น้ำอย่างชัดเจนเลย พวกเราเห็นดาวทะเล สีม่วง กับสีส้มด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลย

พอขึ้นเกาะได้ เราก็เข้าที่พักที่ดาย๋ารีสอร์ต (ตอนนั้นยังไม่มีรีสอร์ตหรูเหมือนตอนนี้) เก็บของ อาบน้ำ ลงมาเดินเล่นริมหาดพัทยา ไม่รู้จะบรรยายยังไง มันสวยเกินกว่าจะบรรยายได้ พอมืดหน่อย เราก็ไปนั่งรอที่ห้องอาหาร เพื่อกินข้าวเย็น อาหารเย็นมื้อนั้นอร่อยมาก มีกับข้าวมากมาย เช่น ปลาย่าง หอย ปลาหมึก กุ้ง และ อีกมากมาย กินได้ไม่อั้นเลยด้วย กินเสร็จแล้ว เราก็เดินไปกินโรตีกัน ขอบอกว่า โรตีที่เกาะหลีเป๊ะขึ้นชื่อมาก เมื่อก่อนนี้ มีอยู่ร้านเดียว เป็นแบบบ้านๆ ด้วย ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ขายกันเป็นล่ำเป็นสันเลย เดินไปซื้อโรตีแล้ว ก็มานอนดูดาวกันที่ริมหาดพัทยา ดาวเต็มฟ้ามากๆ ไม่เคยเห็นดาวเยอะขนาดนี้มาก่อน อาจจะเป็นเพราะว่า ที่นี่ไกลจากแสงไฟก็ได้ เลยทำให้ดาวเยอะเป็นพิเศษ หรืออาจจะเป็นเพราะที่นี่บรรยากาศสวยงาม ทำให้เราคิดไปเองว่ามันสวยเป็นพิเศษอีกก็เป็นได้ พวกเรานั่งกันจนดึกดื่น ริมหาดคืนนั้น เต็มไปด้วยพลายน้ำ สวยมาก ไม่เคยเห็นมาก่อน (อีกแล้ว) พวกเราวิ่งไปกระโดดโลดเต้น ให้มันขึ้นมาเยอะๆ เล่นกันจนเหนื่อย แล้วก็กลับไปนอนหลับด้วยความสุข

 
 
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 

ตื่นเช้ามาอีกวัน พวกเราก็เดินไปที่หน้าเกาะ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ขอบอกว่า สวยมากๆ สวยซะจน เราอยากจะลาออกจากงานมาเป็นครูที่เกาะหลีเป๊ะซะอย่างนั้น อิอิ แล้วพวกเราก้อเดินกลับมานั่งกินกาแฟ กะ ขนมปัง แล้วอีกซักพัก ก็กินข้าวต้มเข้าไปอีก อิอิ กินให้คุ้ม แล้วพี่หน่อย ก็พาเราลงเรือหางลำเล็ก ใครไม่เคยดำน้ำ พี่หน่อยก้อสอนให้ใช้อุปกรณ์ แล้วก้อหัดดำน้ำอยู่เป็นนานสองนาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกทัวร์ (เยี่ยมจริงๆ) แล้วเราก็ไปดำน้ำกัน ที่จุดดำน้ำระหว่างเกาะหลีเป๊ะ ตรงนั้นมีกัลปังหากอใหญ่มากกกกก สีสวยด้วย ใครยังดำน้ำไม่เก่ง พี่หน่อยก้อลากไป ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ฮิฮิ แล้วก็ไปดำต่อที่หินขาว หน้าเกาะอาดัง พอเที่ยง เราก็ไปกินข้าวกันที่เกาะยาง เป็นเกาะเงียบๆ เหมอืนเกาะส่วนตัวยังไงอย่างนั้นเลย เหอๆ พอกินข้าวเสร็จ ก้อไปดำน้ำกันต่อที่ผาผึ้ง หน้าเกาะยาง โฮะๆๆ มีคนเจอมอเรย์ที่นี่ด้วย แต่เราไม่เห็นแฮะ มีปลาเยอะแยะมากมาย ปะการังสวยๆ ทั้งนั้นเลย

 
 
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 

จากเกาะยาง ก็ไปเกาะหินงาม เกาะอะไร๊ หินซ้วยสวย แต่มีเคล็ดลับในความสวยนั้นด้วยนะ จะบอกให้ อิอิ อยากรู้ต้องไปดูเอง จากเกาะหินงาม ก็กลับเกาะหลีเป๊ะ ระหว่างทาง พระอาทิตย์ตกกลางทะเล โหย ไม่เคยเห็นวุ้ย นั่งเรือไป ดูพระอาทิตย์ตกไป โรแมนติกสุดๆ กลับถึงหลีเป๊ะ ก้ออาบน้ำ กินข้าว แล้วก้อพักผ่อน นอนเลย เพราะหมดแรง ต้องเก็บแรงไว้พรุ่งนี้

อีกวัน เราไปดำน้ำกันอีกแล้ว พี่หน่อยพาไปร่องน้ำจาบัง ที่อยู่แถวๆ เกาะดง หรือ เค้าเรียกกันว่า เกาะหินซ้อน รูปร่างมันเป็นหินซ้อนๆ กันอยู่อ่ะ แปลกดี แล้วเราก็ลงดำน้ำกัน น้ำแรงมาก แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าพี่หน่อย เอาเชือกเส้นใหญ่มากมาโยงไว้ให้พวกเราไต่ไปดู ไปถึงจุดที่พี่หน่อยชี้ไม้ชี้มือ เราก้อก้มหน้าลงไปดู แทบจะกรี๊ดแตก เพราะมันสวยเหลือเกิน ไอ้เจ้าปะการังอ่อน 7 สีเนี่ย ถ้ามองให้ดีๆ แล้ว มันไม่ได้มีแค่ 7 สีนะ แถมมีเยอะมากๆๆ ด้วย ยิ่งเวลาแดดส่องลงมานะ เกินบรรยาย เหมือนอยู่อีกโลกนึงเลย แถมมีปลา แล้วก็สัตว์ทะเลอีกเยอะแยะมาก เช่น ปลาหมึก น่ารักมาก ตัวใหญ่บึ้มเลย แล้วก็ปลาปักเป้ากล่อง หน้าตาเซ่อๆ ยังไงไม่รู้ อิอิ ประทับใจอย่างแรง

 
 
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 
จากร่องน้ำจาบัง เราขึ้นไปบนเกาะอาดัง เพื่อปีนขึ้นไปที่ผาชะโด ที่ผาชะโดเนี่ยจะมีจุดชมวิวอยู่ 2 จุด จุดแรกจะมีระยะทางแค่ครึ่งเดียว ของจุดสูงสุด พวกเราน่ะ ยิ่งเดินยิ่งหมดแรง แต่พี่หน่อย ก้อดันก้นบ้าง ลากพวกเราบ้าง ให้กำลังใจ จนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนั่นแหละ แต่ขึ้นมาแล้ว ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย เพราะมันสวยมากๆ มองเห็นอันดามันไกลมากๆ เห็นเกาะหลีเป๊ะเต็มๆ ตา น้ำใสกิ๊ก เห็นไปถึงใต้น้ำเลย (เว่อร์มั้ย อิอิ) ลมก็เย็น มีความสุขมากมาย ถ่ายรูปกันจนเพลิน จนพี่หน่อยบอกว่าให้ลงไปกินข้าวกันได้แลย ก็เลยทยอยกันลงมา ซึ่งขาลงนี่ ไม่ต้องบอกว่ามันลงเร็ว สบายมากๆ

 
 
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 
ช่วงบ่าย เราไปดำน้ำกันที่ เกาะราวี เกาะที่มีทรายนุ่มมากกก เหยียบทีงี๊เท้าจมทรายไปเลย แถมพวกเรายังไปขอพี่แม่ครัวในเรือ ตำส้มตำให้กิน แล้วเอาลงไปกินที่เกาะด้วย อิอิ อร่อยเด็ด.. ที่ราวี มีแนวปะการังที่สวยมากๆ มากซะจนไม่อยากจะขึ้นจากน้ำ แล้วเป็นอะไรที่ สมบูรณ์มาก ปะการังหลายอย่างอยู่รวมกัน ปลาอีกเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะ นีโม เนี่ย เยอะเป็นพิเศษเลย แล้วหอยมือเสือเนี่ย ตัวใหญ่ยักษ์มาก ไม่อยากจะคิดว่า ถ้าลงไปอยู่ใกล้ๆ มันจริงๆ แล้ว มันจะตัวใหญ่เท่ากับครึ่งนึงของคนเลยหรือเปล่า แล้วก็อย่างเคย ใครดำน้ำไม่เก่ง พี่หน่อย กับ พี่เนาวรัตน์ คนขับเรือ ก็จะลากไปดูให้ถึงที่เลยด้วย .. พวกเราประทับใจกับราวีจริงๆ .. กลับจากราวีแล้ว เราก็ไปเล่นน้ำกันที่หาดพัทยา หลีเป๊ะต่อ จนเย็นย่ำ ถึงเข้าไปอาบน้ำมากินข้าว แล้วก็หลับเป็นตาย

รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 

วันสุดท้ายที่หลีเป๊ะ เสียดายมากๆ อยากอยู่ต่อ ไม่อยากกลับกรุงเทพเลย กินข้าวเสร็จแล้ว ก็มาลงเรือ ทำให้คิดไปว่า เราจะได้มีโอกาสมาที่นี่อีกมั้ยนะ รู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ แต่ก็มีข่าวดีมากลบความรู้สึกนี้ไป เพราะวันนั้นพี่หน่อยใจดีมากๆ พาพวกเราไปเที่ยวเกาะบุโหลน กรี๊ดดดดดดดดดดด.. ดีใจสุดๆ (ถึงจะไม่รู้จักก็เหอะ เหอๆๆ) ไปถึงใกล้ๆ บุโหลน มองจากบนเรือใหญ่ เราก็ไม่เห็นว่ามันจะสวยอะไรเลย เพราะน้ำก็เขียวๆ ไม่ใสอีกตะหาก .. แต่ขอโทษค่ะ พอขึ้นไปบนเกาะเท่านั้นแหละ แทบจะกี๊ซซลั่นเกาะอีกแล้ว เพราะเกาะอะไรไม่รู้ สวยสุดๆ เงียบ สงบ ต้นสนลู่ตามลม แล้วน้ำเนี่ย ไล่สีสุดๆ ตั้งแต่สีเขียวปี๋ จนมาถึง สีฟ้าใส ถ่ายรูปกัน mem เต็มซะอย่างนั้น (ตอนนั้นกล้อง digital มาใหม่ๆ mem ก็ความจุน้อยมาก) ไม่อยากกลับจากบุโหลนเลยจริงจริ๊ง พอขึ้นจากบุโหลน ก็กินข้าวกันบนเรือ ซักพัก ก็มาถึงท่าเรือปากบารา

ที่ท่าเรือปากบารา รถตู้มารอพวกเราอยู่แล้ว พอขึ้นรถได้ พวกเราก้อหลับเป็นตาย มาตื่นอีกที ตอนถึงตรัง พี่หน่อย แวะให้พวกเราลงไปซื้อของฝากที่ตรัง เช่น เค้ก และขนมอีกมากมาย รวมถึงหมูย่าง ที่พี่หน่อยสั่งเอาไว้ตอนขามา ซื้อเสร็จก้อขึ้นรถหลับอีกแล้ว ตื่นอีกครั้ง ที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มันก็มืดแล้วแหละ มาแวะกินข้าวกันที่ ร้านเพื่อนเดินทาง กับข้าวอร่อยอีกแล้ว กินกันจนอิ่ม แล้วก็ออกเดินทางต่อจนถึงกรุงเทพ พี่คนขับรถตู้นี่ ขับรถส่งถึงบ้านเลย บริการดีจริงๆ ประทับใจอย่างแรง .. คิดไว้ว่า ถ้าจะไปอีก คงต้องไปกับพี่หน่อยอีกแหละ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไปอีกเมื่อไหร่ หรืออาจจะไม่ไปอีกเลยก็ได้

แต่แล้ว เหมือนตะรุเตามีมนต์สะกดอะไร หรือว่า หินที่เกาะหินงามติดรองเท้าเรามา ทำให้เราได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง หลังจากที่เราไปเจอพี่หน่อยที่กระบี่ แล้วพี่เปิ้ล ก็ไปเจอพี่หน่อยที่เชียงใหม่ (แต่พี่เปิ้ล กับ พี่มล ก็ไป trip อื่นๆ กับพี่หน่อยอีกหลายครั้ง) คราวนี้เรามากันตอนสงกรานต์ คนเยอะมากๆ ขาไป เลยไม่ได้แวะตะรุเตา มาแวะเอาตอนขากลับ ได้เจอเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ หลาย คน เช่น พี่ middle, พี่ small, ลูกชิ้น แล้วก้อ คุณนุช น่ารักๆ ทุกคน ขำๆ ด้วย .. มาคราวนี้ คนเยอะมาก เพราะสงกรานต์ คนเยอะ แต่ Sun Smile Nature ก็ดูแลพวกเราดีมากอย่างเคย พาไปที่ที่ไม่เคยไปด้วย เช่น ไปดำน้ำ ที่เกาะหินงาม (แหม คราวก่อนไม่พามานะพี่หน่อย สวยอย่างนี้ เก็บเอาไว้ด๊ายยยยย) แต่ highlight ที่สุด คือ พี่หน่อยให้พี่เนาวรัตน์ พาปีนขึ้นไปบนโขดหินบนเกาะรอกรวย ซึ่งเรายังไม่เคยเห็นใครเค้ามา review เอาไว้เลย สงสัยไม่ค่อยมีคนไปกัน อิอิ ขอบคุณนะคะพี่หน่อย.. บนนั้นสวยดี มองเห็นน้ำได้ใสกิ๊กเลย พอลงมา เราก็อดใจไม่ไหว กระโดดลงน้ำซะอย่างนั้น อิอิ

 
 
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 

คราวนี้ เราได้เล่นน้ำที่หน้าเกาะหลีเป๊ะ ตอนกลางวัน เพราะว่า ที่อื่น น้ำลง ยังไปดำไม่ได้ พี่หน่อยเลยมาปล่อยไว้แถวๆ นี้ ซึ่งก็สวยมากกกก ประทับใจสุดๆ กับ น้ำ ฟ้า แล้วก็หาดทราย ที่นี่ กระโดดโลดเต้นกันใหญ่ (กลัวสะเทือนจนเกิด tsunamis ทำให้เค้าลำบากกันอีก อิอิ) แล้วตอนเย็นนะ แค่เดินลงไปในน้ำไม่ถึง 20 เมตร มองลงไปก็เจอเจ้านีโมน้อยคอยรัก ว่ายวนให้เห็นอย่างง่ายๆ แล้วอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่า จะสมบูรณ์ได้ขนาดนี้ แถมมีลูกปลาผีเสื้ออีกเยอะแยะเลย น่ารักมากมาย

 
 
รักนี้ ที่ หมู่เกาะตะรุเตา กับ Sun Smile Nature
 
 

วันสุดท้ายที่หลีเป๊ะ คนอื่นๆ เค้ากลับกันหมดแล้ว เพราะเค้าคงอยากกลับไปพักผ่อน ก่อนไปเริ่มงานหลังสงกรานต์มั้ง แต่พวกเราไม่ค่ะ พวกเราอยู่เฝ้าจนได้เป็นเจ้าของเกาะ เพราะวันสุดท้ายของสงกรานต์นั้น ไม่มีคนเลย คนกลับกันหมดเลย ไม่อยากจะเชื่อ พวกเราเลยกลายเป็นเจ้าของเกาะซะอย่างนั้น สบายไปเลย ได้ดำน้ำหน้าเกาะราวีแบบที่ไม่มีใครเอาปลาตีนมาโยนใส่ แถมได้เจอ ปลาสิงโตด้วย ดีใจมาก เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ เหอๆ ส่วนไอ้เจ้าหอยมือเสือยักษ์ ยังอยู่กันอีกเยอะแยะเหมือนเดิม (กลับมันงับเราจัง คงอิ่มไปเป็นเดือน หุหุ)

และ hightlight ของการเดินทางครั้งนี้ คือ แตร่น แตรน แตร๊นน .. ปลาโลมา ค่ะ ระหว่างทางกลับ จาก เกาะอาดัง มาเกาะกลาง เกาะไข่นั้นแหละ ปลาโลมา ฝูงใหญ่มาก มันมากระโดดๆๆๆ โชว์ให้พวกเราเห็นน่ะ ประทับใจมากๆ

ซึ่งการเดินทางครั้งที่ 2 นี้ ได้เคย review ไว้ใน pantip.com ด้วย พอดีพี่หน่อยอยากได้รูปมาทำ web ก็เลยรวบรวมรูปต่างๆ ยกให้พี่หน่อยมาใช้ใน web รูปโฉมใหม่นี้ด้วย

ต้องขอขอบคุณพี่หน่อย พี่เนาวรัตน์ และ ทีมงาน Sun Smile Nature ที่ทำให้พวกเราได้ไปพบเห็นสิ่งสวยงามเหล่านี้ เป็นเหมือนกำลังใจให้พวกเรามีแรงต่อสู้กับความวุ่นวายของเหมืองหลวง และถ้าหากพวกเราคิดจะไปสัมผัสความรู้สึกแบบนี้อีก เราจะไม่รีรอที่จะเลือก Sun Smile Nature อีกครั้งค่ะ

 
     
 
Story 1 of 1
 
หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature หลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะกลาง และ เกาะไข่ เกาะจาบัง เกาะดงสตูล ฯลฯ กับ Sun Smile Nature
 
 
sun smile home | smile program | tarutao tour | smile story | smile contact
 
All Right Reserved. Copyright By Sun Smile Nature Co.,Ltd.